เป็นประเทศรูปเสี้ยววงเดือนในยุโรปที่มีอาณาเขตจรดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ยุโรปกลาง และบอลข่าน ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้โครเอเชียมีลักษณะภูมิประเทศที่เอื้อต่อการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

      โดยโครเอเชียมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรค่าทางวัฒนธรรมเป็นอย่างมาก สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในโครเอเชียมี ดังนี้

กรุงซาเกรบ (Zagreb)

วนอุทยานแห่งชาติ ทะเลสาบพลิตวิเซ (Plitvice Lakes National Parks) ซึ่งเกิดขึ้นจากน้ำภูเขามาลา คาเปลา (Mala Kapela) ไหลผ่านหินปูนหลายพันปี ทำให้หินปูนที่ ถูกกัดเซาะไหลไปกองรวมกันเป็นระยะ เกิดเป็นเขื่อนธรรมชาติ มีความสูงลดหลั่นกันลงไปทั้งสิ้น 16 แห่ง

ไซเบนิค (Sibenik)

มหาวิหารเซนต์เจมส์ (Cathedral of St.James) สร้างขึ้นในระหว่างปี ค.ศ. 1431-1535 เป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานกันระหว่าง 3 ศิลปกรรม คือ ดาลมาเชีย (ท้องถิ่น) ศิลปะทางเหนือของอิตาลี และ ทุสคานี

     เนื่องจากสถาปนิคที่สร้างมหาวิหารแห่งนี้ทั้ง 3 คน แต่มาจาก 3 ท้องถิ่นคือ ดาลมาเชีย โคโม (อิตาลีเหนือติดสวิตเซอร์แลนด์) และ ฟลอเรนซ์ (ทุสคานี) เกิดเป็นสามประสาน รังสรรค์งานสุดยอดแห่งยุคชิ้นหนึ่ง โดยใช้เทคนิคชั้นสูงในการสร้างห้องโถงสูงใหญ่ และ โดมครึ่งวงกลม

     ทั้งวิหารล้วนสร้างด้วยหินทั้งหมดไม่มีซีเมนต์เลย บัวใต้ชายคาเป็นรูปศีรษะคน 71 ชิ้นทั้งผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของศิลปะ กอธิค และ เรอ เนซองค์ ซึ่งผสมผสานเข้ากันอย่างงดงาม เป็นการแสดงถึงการเปลี่ยนผ่านศิลปะจากยุคกอธิคไปสู่ยุคเรอเนซองค์ ยูเนสโก้ยกให้มหาวิหารแห่งนี้ให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 2000

เมืองโบราณสปลิท ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระราชวัง ดิโอคลีเทียน (Diocletian’s Palace) สร้างในราวศตวรรษที่ 3 บนอ่าวอัสพาลาโธส โดยดิโอคลีเทียน จักรพรรดิ์แห่งโรม ซึ่ง พระองค์ทรงพำนักที่พระราชวังแห่งนี้จนสิ้นชีพ

บรอฟนิค (Dubrovnik)


คำถามท้ายบท

posted on 13 Sep 2011 19:51 by keenpawit

1.มัลติมีเดียคืออะไร เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลอย่างไร

ตอบ   คือ  ระบบสื่อสารข้อมูลข่าวสารหลายชนิด โดยผ่านสื่อทางคอมพิวเตอร์ซึ่งประกอบด้วย ข้อความ ฐานข้อมูล ตัวเลข กราฟิก ภาพ เสียง 
และวีดิทัศน์   เกี่ยวข้องโดย การนำเสนอข้อมูลนั้น จำเป็นต้องใช้สื่อเป็นการแปลข้อมูล ให้ผู้รับสารได้รับรู้


2.การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างไร

ตอบ  การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ สามารถเปลี่ยนแปลง แก้ไข ดัดแปลงได้ง่าย และอัปเดตข้อมูลไดง่ายและรวดเร็วกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์

 

3.Microsoft PowerPoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดได้บ้าง

ตอบ  สามารถนำเสนอในรูปแบบของตัวอักษร ภาพนิ่ง  ภาพยนตร์ และเสียงเพลง ได้


4.การเชื่อมโยงภายในและภายนอก Microsoft PowerPoint แตกต่างกันอย่างไร

ตอบ  ถ้า มีการเชื่อมโยงไปยังภาพนิ่งอื่น ภาพนิ่งปลายทางจะแสดงอยู่ในงานนำเสนอ PowerPoint ถ้าเป็นการเชื่อมโยงไปยังเว็บเพจ ตำแหน่งที่ตั้งเครือข่าย หรือชนิดแฟ้มที่แตกต่างกัน เพจหรือแฟ้มปลายทางจะแสดงในโปรแกรมประยุกต์ที่เหมาะสมหรือในเว็บเบราว์เซอร์


5.นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลบ้าง

ตอ  โทรศัพท์  IPad

 

6.นักเรียนคิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดสามารถทำได้ง่ายที่สุด เพราะเหตุใด

ตอบ  ในรูปแบบภาพยนตร์ เพราะ  มีทั้งภาพและข้อมูล ทำให้ผู้รับสารสามารถเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น

 

7.การตกแต่งเพิ่มเติมด้วยแม่แบบใน Microsoft PowerPoint สามารถทำได้อย่างไร

ตอบ   ให้ คลิกจากเมนู  File > New          2. คลิกที่ On my computer (บนคอมพิวเตอร์ของฉัน)         3. คลิกแท็บ Presentations ซึ่งเป็นแม่แบบการออกแบบ ซึ่งมีแม่แบบภาพนิ่งไว้ให้เลือกใช้ มีการตรียมหัวเรื่องและลำดับที่จะบรรยาย รวมทั้งมีการตกแต่งไว้อย่างสวยงาม          4. คลิกเลือกชุดสไลด์ที่ต้องการ          5. คลิกปุ่ม ok           6. ใส่หรือแก้ไขข้อความตามต้องการ สามารถนำมาแก้ไขหรือดัดแปลงเพื่อลดขั้นตอนการสร้างสไลด์ใหม่ให้ง่ายและรวด เร็วยิ่งขึ้น

 

8.การกำหนดกล่องข้อความหรือวัตถุให้เคลื่อนไหวใน Microsoft PowerPoint สามารถตั้งค่าได้ที่ใด

ตอบ เลือกดกล่องข้อความหรือวัตถุที่ต้องการให้เคลื่อไหว แล้วคลิกที่แทบด้านบน"นำเสนอภาพนิ่ง" แล้วเลือก "การเคลื่อไหวที่กำหนดเอง"

 

9.ยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับนำเสนอข้อมูลตัวหนังสือหรือตัวอักษรมาอย่างน้อย 3 โปรแกรม

ตอบ  Microsoft Word , Microsoft PowerPoint , Adobe Reader , NotePad

 

10.ถ้าไม่มีกล่องข้อความใน Microsoft PowerPoint จะสามารถสร้างงานนำเสนอข้อมูลได้หรือไม่ อย่างไร

ตอบ  ได้ เพราะ เราสามารถใช้เป็นแผนภูมิ แผนภาพ แผนผัง กราฟ เสียง หรืออื่น ๆแทนได้


11.เครื่องพิมพ์เป็นฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอข้อมูลด้วย Microsoft PowerPoint หรือไม่ อย่างไร

ตอบ  จำเป็น  เพราะ  การนำเสนอข้อมูลบางชนิดต้องอาศัยเครื่องพิมพ์นี้ พิมพ์ข้อมูลออกมาให้ผู้รับสารได้เข้าใจอย่างทั่วถึง

 

12.Microsoft PowerPoint สามารถแทรกรูปภาพ ภาพยนตร์ และเสียงได้หรือไม่ ถ้าได้มีวิธีการอย่างไร

ตอบ  ได้  โดย 1.คลิกเลือก"แทรก"ที่เมนูด้านบน    2.เลือกรูปภาพ/เสียง    3.แล้วเลือกรูปภาพตัดปะ หรือ รูปภาพจากแฟ้ม/เสียง    4.เมื่อเลือกรูปภาพ/เสียงที่ต้องการได้แล้ว เลือก แทรก เสร็จสิ้นการแทรกรูปภาพและเสียง

 

13.การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือหรือตัวอักษรอย่างไร

ตอบ  เพราะ การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟ ทำให้ผู้รับสารสามารถเข้าใจได้ง่าย เพราะมีภาพประกอบข้อมูล แต่การนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือหรือตัวอักษร มีแต่ตัวอักษร ทำให้ผู้รับสารลายตา และไม่เข้าใจข้อมูล

 

14.การสร้างงานนำเสนอด้วย Microsoft PowerPoint สำหรับผู้รับข้อมูล20คนพร้อมกันจะต้องใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ใดบ้าง

ตอบ  ฮาร์ดแวร์ - โน๊ตบุ๊ค , โปรเจคเตอร์ , คอมพิวเตอร์                  ซอร์ฟแวร์ - Microsoft PowerPoint


15.ยกตัวอย่างเทคโนโลยี ที่ส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบตัวหนังสือหรือตัวอักษรรูปภาพหรือภาพ นิ่ง แผนภูมิ แผนผัง กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน

ตอบ  คอมพิวเตอร์ , IPad , โทรศัพท์

Computer Language . . .

posted on 13 Sep 2011 19:46 by keenpawit
ภาษาคอมพิวเตอร์
 
ภาษาปาสคาลเป็นภาษาคอมพิวเตอร์ชั้นสูงที่พัฒนาขึ้นโดย Niklaus Wirth และได้ตั้งชื่อว่าปาสคาล (Pascal)
 เพื่อให้เกียรติแก่นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ชื่อ Blaise Pascal ภาษาปาสคาล พัฒนามาจากภาษา Algol
โดยพัฒนาให้เป็นภาษาสำหรับฝึกหัดเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ภาษาปาสคาลจะมีลักษณะเป็นภาษาคอมพิวเตอร์
แบบประมวลความหรือคอมไพเลอร์ (Compiler) เมื่อเทียบกับภาษาคอมพิวเตอร์ชั้นสูงอื่น ๆ จะพบว่าภาษาปาสคาลเป็นภาษา
ที่มีการวางระบบและจัดรูปแบบที่มีโครงสร้างแน่นอนตายตัว จึงทำให้ภาษาปาสคาลเป็นภาษาที่เหมาะสำหรับการเขียน
โปรแกรมโครงสร้าง (Structured Program) มากกว่าภาษาอื่น ๆ ที่ใช้กันอยู่จึงทำให้ได้รับความนิยม
และนำมาประยุกต์ใช้งานต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย


1.1 โครงสร้างของโปรแกรมภาษาปาสคาล
โปรแกรมในภาษาปาสคาล แบ่งเป็น 3 ส่วนคือ
1. ส่วนหัว (Heading) เป็นการประกาศชื่อของโปรแกรม ขึ้นต้นด้วยคำว่า PROGRAM ตามด้วยชื่อของโปรแกรม                      
และจบบรรทัดด้วย ;
รูปแบบ

PROGRAM ชื่อโปรแกรม (รายชื่ออุปกรณ์);

ตัวอย่าง
PROGRAM EXAM1;
PROGRAM EXAM1(INPUT,OUTPUT);

ข้อสังเกต ชื่ออุปกรณ์ คือ INPUT, OUTPUT หรือชื่อของไฟล์ที่เกี่ยวข้องภายในโปรแกรมถ้าไม่ระบุจะถือ ว่า                                     INPUT เข้าทาง keyboard และ OUTPUT ออกทางจอภาพ
2. ส่วนข้อกำหนด (Declaration part) คือส่วนตั้งแต่ส่วนหัวไปจนถึงคำว่า BEGIN ของโปรแกรมหลัก                               และเป็นส่วนที่เรากำหนดค่าต่าง ๆ ดังนี้
2.1 VAR เป็นการกำหนดแบบของข้อมูลให้แก่ตัวแปร
รูปแบบ


VAR รายชื่อตัวแปร : ประเภทของข้อมูล;

ตัวอย่าง

VAR I,J,K : INTEGER;
NAME : STRING;
SALARY : REAL;

2.2 TYPE เป็นการกำหนดแบบของข้อมูลขึ้นใหม่

รูปแบบ

TYPE ชื่อของแบบ = ประเภทหรือค่าของข้อมูล;

ตัวอย่าง

TYPE SCORE = INTEGER;
WEEK = (MON, TUE, WED, THU, FRI);
VAR TEST, MIDTERM, FINAL : SCORE;
DAY : WEEK;

จากตัวอย่างต้องประกาศชื่อแบบของตัวแปรก่อนแล้วจึงประกาศชื่อตัวแปรที่เป็นแบบ
2.3 CONST เป็นการกำหนดค่าคงที่

รูปแบบที่ 1

CONST รายชื่อค่าคงที่ = ค่าที่กำหนด;

รูปแบบที่ 2

CONST รายชื่อค่าคงที่ : ประเภทของข้อมูล = ค่าที่กำหนด;

ตัวอย่าง

CONST HEAD = ‘EXAMINATION’;
CONST A = 15;
CONST SALARY : REAL = 8000.00;

2.4 LABEL ใช้คู่กับคำสั่ง GOTO ภายในโปรแกรม

รูปแบบ 

LABEL รายชื่อของ LABEL;

ตัวอย่าง

LABEL 256,XXX;

เช่น GOTO 256; GOTO XXX;

3. ส่วนคำสั่งต่าง ๆ (Statement Part) เป็นส่วนสุดท้ายของ โปรแกรม                                                                                    ขึ้นต้นด้วย “BEGIN” และปิดท้ายด้วย “END.”

ตัวอย่าง

BEGIN
Statement หรือคำสั่งต่าง ๆ ;
END.

1.2 ชื่อ (Identifier)
ชื่อ คือคำที่ตั้งขึ้นเพื่อกำหนดใช้เป็นชื่อของโปรแกรม โปรแกรมย่อย ตัวแปร แบบของตัวแปร และค่าคงที่

การตั้งชื่อ
1. ตัวอักขระ (character) ที่นำมาใช้ คือ ตัวอักษร ตัวเลข และ (_) Underline
2. จะนำเครื่องหมายใด ๆ มาใช้เป็นชื่อไม่ได้
3. ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร หรือขีดล่าง
4. ความยาวของชื่อไม่เกิน 30 ตัว แต่จะมีความหมายเพียง 8 ตัวแรกเท่านั้น

1.3 คำ (Word)
คำในภาษาปาสคาล แบ่งออกเป็น 2 พวก คือ
1. พวกที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล ได้แก่ แบบของข้อมูล ตัวแปร และค่าคงที่
2. พวกที่เกี่ยวกับคำสั่ง ได้แก่ คำสงวน (Reserved word) คำมาตรฐาน (Standard word)                                                       คำใหม่ (User defined word)

1.4 ข้อมูล (Data)
ภาษา ปาสคาล แบ่งประเภทของข้อมูลเป็น 4 แบบ คือ แบบมาตรฐาน แบบผู้เขียนโปรแกรมกำหนด แบบโครงสร้าง                           และแบบพอยน์เตอร์
แบบมาตรฐาน เป็นข้อมูลพื้นฐานที่ใช้ในโปรแกรมทั่ว ๆ ไป เป็นข้อมูลที่มีค่าเป็นลำดับที่มีค่ามากน้อยตาม ลำดับ                                   แบ่งเป็น 5 ประเภท
1. Integer เป็นข้อมูลเลขจำนวนเต็ม
2. Real เป็นข้อมูลเลขจำนวนจริงมีทศนิยม
3. Character เป็นข้อมูลตัวอักษร
4. String เป็นข้อมูลของชุดตัวอักษร เช่น String [30] เป็นการะบุค่าของสตริงว่ามีขนาด 30 ตัวอักษร
5. Boolean เป็นข้อมูลที่มีค่าเป็นไปได้ 2 ค่า คือ เป็นจริง (true), เป็นเท็จ (false) ตัวดำเนินการ (operators)                                ที่ใช้ในภาษาปาสคาล ได้แก่
NOT ให้กลับค่าทางคณิตศาสตร์ของ Boolean เช่น Not true เป็น false
* ให้คูณเลขทางซ้ายกับเลขทางขวา
/ ให้หารโดยเลขทางซ้ายเป็นตัวตั้ง เลขทางขวาเป็นตัวหาร
DIV ให้หารแบบตัดเศษทิ้ง ใช้ได้เฉพาะเลขจำนวนเต็มคู่
MOD ให้หาเศษของการหาร ใช้ได้เฉพาะเลขจำนวนเต็มคู่
AND ให้ความเป็นจริง เมื่อทั้ง 2 กรณีเป็นจริงทั้งคู่
OR ให้ ความเป็นจริง เมื่อกรณีใดกรณีหนึ่งเป็นจริง เช่น (X MOD Y = 0) 0R (x-y = 0)                                                           ข้อความนี้เป็นจริงเมื่อ X หารด้วย Y ลงตัว หรือเมื่อ X-Y เป็นศูนย์อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้ง 2 อย่าง
XOR ให้ ความเป็นจริง เมื่อกรณีใดกรณีหนึ่งเป็นจริงเท่านั้น เช่น (X MOD Y Y= 0) XOR(X-Y=0)                                              ข้อความนี้เป็นจริงเมื่อ X หารด้วย Y ลงตัว หรือเมื่อ X-Y เป็น 0 อย่างใดอย่างหนึ่งแต่ไม่ใช่ทั้ง 2 อย่างพร้อมกัน

     แบบผู้เขียน โปรแกรมกำหนดขึ้น ภาษาปาสคาลอนุญาตให้ผู้เขียนโปรแกรมกำหนดรูปแบบของข้อมูล ขึ้น                                      มาใช้งานเฉพาะภายในโปรแกรมได้เอง โดยการประกาศไว้ในคำสั่ง VAR หรือ TYPE แบ่งเป็น 2 แบบ
1. กำหนดแบบใหม่ เป็นการกำหนดรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อใช้เฉพาะโปรแกรมนั้น ๆ

ตัวอย่าง

TYPE color = (yellow,blue,red);
VAR dd = color;

ดังนั้น dd เป็นตัวแปรที่มีค่า 3 ค่า คือ yellow, blue, red

2. กำหนดช่วงของค่าข้อมูล เป็นการกำหนดช่วงของค่าของข้อมูลเฉพาะตัวแปรใดตัวแปรหนึ่งที่ใช้ภายในโปรแกรม

ตัวอย่าง
TYPE NUM = 0..50;
VAR X : NUM;

ดังนั้น X จะเป็นตัวแปรที่มีค่าในช่วง 0 ถึง 50
     แบบ โครงสร้าง เป็นการนำเอาข้อมูลแบบมาตรฐานหรือข้อมูลที่ผู้เขียนโปรแกรมกำหนดขึ้นมาจัด ให้มีระบบ                                   มีโครงสร้างเพื่อใช้งานโดยเฉพาะ การจัดข้อมูลโครงสร้าง แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ ข้อมูล Array, set, record และ file
     แบบพอยน์เตอร์ เป็นข้อมูลที่เป็นดัชนีสำหรับระบุข้อมูลอื่น ๆ อีกครั้งหนึ่ง ข้อมูลแบบนี้จะซับซ้อน ค่าของข้อมูล                            แบบพอยน์เตอร์จะไม่เป็นตัวเลข, ตัวอักษร แต่จะมีค่าเป็น address ในหน่วยความจำ RAM ที่ข้อมูลถูกเก็บอยู่